ถ้าเลิกดื่มกาแฟ จะเกิดอะไรขึ้นกับความดันโลหิต? ผลลัพธ์อาจไม่เป็นอย่างที่หวัง

ถ้าเลิกดื่มกาแฟ จะเกิดอะไรขึ้นกับความดันโลหิต? ผลลัพธ์อาจไม่เป็นอย่างที่หวัง

ถ้าเลิกดื่มกาแฟ จะเกิดอะไรขึ้นกับความดันโลหิต? ผลลัพธ์อาจไม่เป็นอย่างที่หวัง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ถ้าเลิกดื่มกาแฟ บอกลาคาเฟอีน จะเกิดอะไรขึ้นกับความดันโลหิต ผลลัพธ์อาจไม่เป็นอย่างที่หลายคนหวัง

หลายคนเลือกที่จะ "เลิกดื่มกาแฟ" หรือตัดคาเฟอีนออกจากชีวิต เพราะหวังว่าจะช่วยให้สุขภาพดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของ "ความดันโลหิต" แต่รู้ไหมว่าในความเป็นจริงแล้ว ผลลัพธ์ของการเลิกคาเฟอีนต่อความดันโลหิตนั้น "ซับซ้อนกว่าที่คิด" และอาจไม่ได้เห็นผลทันตาชื่นใจสำหรับทุกคน

1. ลดอาการ "ความดันพุ่งชั่วคราว" ได้แน่... แต่ไม่ใช่กับทุกคน

เป็นความจริงที่ว่า คาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นเล็กน้อยชั่วคราว (ประมาณ 1.5 - 9.5 ชั่วโมงหลังดื่ม) ดังนั้นการเลิกคาเฟอีนจะช่วยตัดวงจร "ความดันพุ่งชั่วคราว" นี้ออกไป

แต่ช้าก่อน! ร่างกายคนเราตอบสนองไม่เหมือนกัน ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะบุคคลเหล่านี้ด้วย:

  • ความถี่: ดื่มบ่อยแค่ไหน?

  • ต้นทุนเดิม: ความดันโลหิตเริ่มต้นสูงอยู่แล้วหรือไม่?

  • ปัจจัยร่วมอื่นๆ: น้ำหนักตัว, การสูบบุหรี่, การทานยาคุมกำเนิด หรือแม้กระทั่งการตั้งครรภ์

2. สายฮาร์ดคอร์ที่ "ดื่มประจำ" ร่างกายอาจดื้อไปแล้ว!

สำหรับคนที่ดื่มกาแฟทุกวัน ร่างกายจะสร้าง "ความทนทานต่อคาเฟอีน" (Caffeine Tolerance) ขึ้นมา

มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งทดลองให้กลุ่มตัวอย่างดื่มเอสเปรสโซ พบว่า คนที่ไม่ค่อยดื่มกาแฟจะมีความดันตัวบน (Systolic) พุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ในกลุ่มคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ ความดันกลับแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลย!

นั่นหมายความว่า ถ้าเป็นคอกาแฟตัวจริง การเลิกดื่มอาจไม่ได้ทำให้ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลงไปมากมายอย่างที่หวัง เพราะร่างกาย "ชิน" กับมันไปเรียบร้อยแล้ว (ซึ่งผู้เชี่ยวชาญก็ยังถกเถียงกันอยู่ว่า ที่ชินเนี่ย เพราะดื้อคาเฟอีน หรือเพราะความดันโดยรวมมันสูงไปรออยู่แล้วกันแน่!)

3. แต่ถ้าเป็น "ความดันสูงขั้นรุนแรง" ควรเลิกหรือลดด่วน!

แม้คนทั่วไปจะไม่มีผลมาก แต่สำหรับผู้ป่วย โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) ระดับ 2 และ 3 (ความดันตัวบน 160 ขึ้นไป) คาเฟอีนคือสิ่งที่คุณต้องระวังเป็นพิเศษ!

จากการศึกษาขนาดใหญ่ที่ติดตามผลยาวนานเกือบ 19 ปี พบว่า:

  • ผู้ป่วยความดันสูงรุนแรงที่ ดื่มกาแฟตั้งแต่ 2 แก้วขึ้นไปต่อวัน มีความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือหัวใจวาย สูงกว่ากลุ่มที่ดื่มแก้วเดียวหรือไม่ดื่มเลยถึง 2 เท่า!

  • จุดน่าสังเกต: ในงานวิจัยเดียวกัน การดื่ม "ชาเขียว" กลับไม่เพิ่มความเสี่ยงนี้ ทั้งที่มีคาเฟอีนเหมือนกัน (แต่น้อยกว่า) ชี้ให้เห็นว่า ประเภทของเครื่องดื่ม ก็ส่งผลต่างกัน

4. ระวังเอฟเฟกต์ "อาการถอนคาเฟอีน"

การหักดิบหยุดดื่มกาแฟทันที อาจทำให้ต้องเจอกับอาการถอนยาภายใน 12-24 ชั่วโมง ซึ่งมีอาการกวนใจเพียบ เช่น ปวดหัว, อ่อนเพลีย, หงุดหงิดง่าย, ไม่มีสมาธิ, คลื่นไส้ หรือปวดกล้ามเนื้อคล้ายจะเป็นไข้

ที่สำคัญคือ อาการอย่าง "ปวดหัวและอ่อนเพลีย" มักจะไปคาบเกี่ยวและคล้ายคลึงกับอาการของโรคความดันโลหิตสูง ดังนั้นหากมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว อาการตอบสนองในช่วงนี้อาจทำให้ประเมินอาการยากขึ้น จึงควรปรึกษาแพทย์ร่วมด้วย

แนะนำวิธีก้าวออกจากวงการคาเฟอีนอย่างปลอดภัย

ถ้าอยากลดหรือเลิกจริง ๆ "อย่าหักดิบ" แนะนำให้ใช้สูตรนี้:

  1. ค่อย ๆ ลดปริมาณลง ทีละน้อยในแต่ละสัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัว

  2. ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้ดี

  3. หากมีอาการปวดหัวในช่วงแรก สามารถทานยาสามัญประจำบ้านเพื่อประทังอาการได้

สรุป: การเลิกคาเฟอีนช่วยลดการแกว่งของความดันในระยะสั้นได้แน่ ๆ แต่สำหรับผลลัพธ์ระยะยาว ร่างกายของแต่ละคนมีคำตอบที่ไม่เหมือนกัน สังเกตสัญญาณจากร่างกายตัวเองดีที่สุด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล